
ETDA ระบุว่า ปัจจุบันเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญต่อการดำเนินชีวิตและสังคมอย่างกว้างขวาง ไม่ว่าจะเป็นการใช้ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน การวิเคราะห์ข้อมูล การให้บริการประชาชน การพัฒนานวัตกรรม การยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ รวมถึงการสนับสนุนการตัดสินใจในกิจกรรมต่าง ๆ
อย่างไรก็ดี การพัฒนาและการใช้งาน AI ยังอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงหรือผลกระทบต่อสิทธิ เสรีภาพ ความปลอดภัย ความเป็นธรรม ความโปร่งใส และความเชื่อมั่นของประชาชนได้ หากขาดกรอบการกำกับดูแลที่เหมาะสม
ประเทศไทยยังอยู่ในช่วงของการพัฒนาระบบนิเวศด้าน AI ทั้งในมิติของกฎหมาย มาตรฐาน กลไกการกำกับดูแล การส่งเสริมการใช้ประโยชน์ และการคุ้มครองผู้ที่อาจได้รับผลกระทบจากการใช้งาน AI แม้หน่วยงานของรัฐและภาคส่วนต่าง ๆ จะได้มีการดำเนินนโยบายหรือแนวทางที่เกี่ยวข้องกับ AI อยู่แล้วในบางส่วน
แต่ยังขาดกรอบกฎหมายกลางที่กำหนดแนวทางการส่งเสริมและกำกับดูแล AI อย่างเป็นระบบ สอดคล้องกัน และเหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย ส่งผลให้ผู้พัฒนา ผู้ให้บริการ ผู้ใช้งาน หน่วยงานของรัฐ และประชาชน อาจยังไม่มีความชัดเจนเพียงพอเกี่ยวกับแนวปฏิบัติ หน้าที่ ความรับผิดชอบ มาตรฐาน หรือกลไกสนับสนุนที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาและการประยุกต์ใช้ AI
นอกจากนี้ การกำกับดูแล AI จำเป็นต้องคำนึงถึงความสมดุลระหว่างการส่งเสริมนวัตกรรมและการบริหารจัดการความเสี่ยง กล่าวคือ หากกำกับดูแลเข้มงวดเกินความจำเป็น อาจเป็นอุปสรรคต่อการวิจัย พัฒนา การลงทุน และการนำ AI ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อเศรษฐกิจและสังคม
แต่หากขาดมาตรการกำกับดูแลหรือมาตรการสนับสนุนที่เหมาะสม อาจทำให้เกิดการใช้ AI ที่ไม่โปร่งใส ไม่ปลอดภัย ไม่เป็นธรรม หรือก่อให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนและประโยชน์สาธารณะ รวมทั้งอาจลดทอนความเชื่อมั่นต่อเทคโนโลยี AI ในภาพรวม